ผมชื่อเล่นชื่อ "ต๋อง" ปีนี้อายุ 43 ปี
(((ลืมตาดูโลกเมื่อ 11 ก.พ.2510)))
จบกฎหมาย ม.รามคำแหง
(((เป็นนักเรียนเก่าอำนวยศิลป์ รุ่นที่ 58
เป็นเด็กซึ่งเกเรมิใช่น้อย เพื่อนฝูงเพียบ
เรียนกฎหมาย เพราะตามใจคุณพ่อ
ท่านเป็นตุลาการ ศาลทหาร กรมพระธรรมนูญ
ระห่างเรียน รับราชการทหาร ไปด้วย
ตำแหน่งเสมียนศาลทหารกรุงเทพ)))
ปัจจุบันเป็นพนักงานองค์การของรัฐ ระดับ7
(((หลังจากเรียนจบ ก็ทำงานที่นี่มาโดยตลอด
ตั้งแต่ 9 มีนาคม 2536
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร)))
ใช้ชีวิตบน Wheelchairs เกือบ 9 ปี
(((ตัดสินใจกลับมาทำงาน หลังออกจาก ร.พ.
เมื่อ 1 เม.ย.2545 ต้องปรับสภาพตัวเองมากมาย
คุณแม่และพี่สาว แนะนำให้ออกจากงาน
แต่ผมต้องการที่จะสู้กับมัน เท่าที่ทำได้
สู้ไม่ไหวถึงจะกลับไปตายรัง)))
ผมประสบอุบัติเหตุเมื่อ 24 พ.ย.2544
(((เพื่อนหลับใน ขับรถชนต้นไม้
ผมนอนอยู่เบาะหลัง ตัวผมคงลอยมากระแทก
คันเกียร์ด้านหน้า ทำให้กระดูกหลังหัก)))
กระดูกสันหลังหักกดทับไขสันหลัง ระดับ t7-t8
(((มีผลทำให้ตั้งแต่ใต้ราวนมลงมาไร้ซึ่งความรู้สึก
ประมาณกลางหลังเส้นประสาทขาด
ยังไม่มีที่ไหนในโลกสามารถรักษาได้อย่างสมบูรณ์
แต่ใกล้ความจริงแล้วหล่ะ คงอีกไม่กี่ปี)))
ไม่สามารถควบคุมระบบขับถ่ายได้
(((ปัสสาวะต้องใช้สายยางสวนออกเป็นเวลา
วันละ3ครั้ง เช้า บ่าย และก่อนนอน
ส่วนอุจจาระต้องควบคุมอาหารให้ดี
ใช้ยากระตุ้นช่วยถ่ายวันเว้นวัน)))
และมีผลกระทบส่วนอื่นๆ อีกมากมาย
(((เช่น นั่งนานมากๆ ไม่ได้ จะปวดหลัง
กล้ามเนื้อจะเกิดอาการเกร็ง
และอีกอาการหนึ่งซึ่งน่าเบื่อมาก
คือ อาการปวดแสบปวดร้อน
ในส่วนที่มันไม่มีความรู้สึก
ประสาทมันจะหลอกเรา เช่น
ว่าขาเราปวดแสบปวดร้อนมากนะ
มันจะเป็นอาการที่น่ารำคาญมาก คุณหมอบอกว่า
สาเหตุเกิดจากปลายประสาทมีปัญหา
ต้องทานยาระงับประสาททุกวัน
ถ้าไม่ทานยาจะอยู่อย่างไม่มีความสุขเลยหล่ะ)))
8 ปี ที่ผ่านมา...
ชีวิตมีปัญหาอุปสรรคมากมาย ที่เข้ามาเยี่ยมเยียน
(((เริ่มตั้งแต่ ต้องยอมรับกับสภาพร่างกายที่แปรเปลี่ยน
เคยไปไหนมาไหนได้ ปัจจุบันมันไม่ใช่
ต้องนั่งอยู่บนWheelchair ตลอด
ใหม่ๆ จะรู้สึกอายสายตาผู้อื่นมากมาก
มันเหมือนว่าเราเป็นตัวประหลาดอ่ะ
เดี๋ยวนี้ชักเริ่มชิน แต่ก็ขาดความมั่นใจไปเยอะหล่ะ)))
ปัญหาหนักๆ ก็ผ่านมันมาได้หมดแล้ว
(((ต่อมาคนรักจำต้องเลิกรากันไป
เราจากกันด้วยดี ด้วยความเข้าใจ
แต่ความเข้าใจมันสวนทางกับหัวใจของผม
ก่อนอุบัติเหตุเรามีโครงการที่จะแต่งงานกัน
ตั้งแต่อุบัติเหตุเธอดูแลอยู่เคียงข้างผมมาตลอด
จนผมสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
เราจึงตกลงกันให้เธอไปเริ่มชีวิตใหม่
เธออายุน้อยกว่าผม 13 ปี
ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ ในโลกใบนี้
มันเป็นการตัดสินใจในภาวะที่ต้องจำยอม
มันเจ็บปวดมากเลยนะ แต่ต้องถือว่าผ่านมันมาได้แล้ว
ทุกวันก็ยังคงระลึกถึงเธออยู่ตลอดเวลา
และไม่เจ็บปวดไปกับมันอีกแล้ว)))
[Edit 01 July 2010]

